เกี่ยวกับหน่วยงาน

ประวัติและความเป็นมา 

ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ชื่อเดิมคือ “สถานีทดลองข้าวสุรินทร์” โดยมีประวัติความเป็นมา ดังนี้

        ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญและมีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้น การพัฒนาข้าวและการทำนาตามหลักวิชาการเกษตรจึงได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง โดยองค์สมเด็จพระปิยมหาราชทรงมีพระราชประสงค์ขุดคลองรังสิตขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ ดำเนินการโดยบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม จำกัด แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ และเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการสมัยนั้น ได้จัดตั้งนาทดลองคลองรังสิต (สถานีทดลองคลองรังสิต) ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ สังกัดกรมเพาะปลูก เป็นสถานีทดลองข้าวแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีพระยาโภชากร (ตรี มิลินทสูต) เป็นหัวหน้าสถานี จึงนับได้ว่าหน่วยงานนี้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการวิวัฒนาการด้านข้าวของประเทศไทย

        ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ หลังจากจัดตั้งสถานีทดลองคลองรังสิตได้ ๑๙ ปี กรมเกษตรและการประมงได้จัดตั้ง “แผนกข้าว” ขึ้นในกองขยายการกสิกรรม

        ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ “แผนกข้าว” ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น “กองการข้าว” สังกัด กรมเกษตรและการประมง

        ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ ได้จัดตั้ง “สถานีทดลองข้าวสุรินทร์” โดยมีอาคารสำนักงานชั่วคราว ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนเกษตรกรรมสุรินทร์ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์) ส่วนแปลงทดลองตั้งอยู่ในบริเวณที่ตั้งปัจจุบัน โดยมีนายวิเชียร พันธุ์เพ็ง เป็นหัวหน้าสถานีทดลองข้าวสุรินทร์คนแรก

       ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ แยก “กองการข้าว” ออกจากกรมกสิกรรม และสถาปนากองการข้าวขึ้นเป็น “กรมการข้าว” เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๔๙๖ ประกอบด้วยสำนักงานเลขานุการกรม กองบำรุงพันธุ์ กองวิทยาการ กองวิศวกรรม และกองส่งเสริมและเผยแพร่ “กองบำรุงพันธุ์” มีหน้าที่รับผิดชอบงานค้นคว้า วิจัย ปรับปรุงพันธุ์ข้าวและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แบ่งเป็น ๔ แผนก กับอีก ๑๐ สถานีทดลองตามภาคต่าง ๆ ซึ่ง “สถานีทดลองข้าวสุรินทร์” ก็เป็น ๑ ใน ๑๐ สถานีทดลองข้าวที่เกิดขึ้นในยุคแรกของการสถาปนา “กรมการข้าว” และได้จัดตั้งอาคารสำนักงานถาวรและแปลงทดลองต่าง ๆ ขึ้นภายในที่ตั้งปัจจุบันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

        ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ กรมการข้าวกับกรมกสิกรรม ได้รวมกันเป็น “กรมวิชาการเกษตร” กองบำรุงพันธุ์ จึงได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น “กองการข้าว” ในสังกัดกรมวิชาการเกษตรแทน

        ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ มีพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการกรมวิชาการเกษตรใหม่ “กองการข้าว” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันวิจัยข้าว” และได้ปรับปรุงสถานีทดลองข้าวที่เป็นตัวแทนในแต่ละภาคขึ้นเป็น “ศูนย์วิจัยข้าว” จำนวน ๖ ศูนย์ โดย “สถานีทดลองข้าวสุรินทร์” เป็นสถานีทดลองเครือข่ายของศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี

        ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ เปลี่ยนชื่อ “สถานีทดลองข้าวสุรินทร์” เป็น “ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์”

        ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ จัดตั้ง “กรมการข้าว” ขึ้นมาใหม่ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์จึงได้โอนไปสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๙ โดยมีเขตพื้นที่รับผิดชอบรวม ๒ จังหวัด คือ จังหวัดสุรินทร์และร้อยเอ็ด

        ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ เขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ส่วนแยกจังหวัดร้อยเอ็ด ได้แยกไปก่อตั้งเป็นศูนย์วิจัยข้าวร้อยเอ็ด จึงมีเขตพื้นที่รับผิดชอบเหลือ ๑ จังหวัด คือจังหวัดสุรินทร์


ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์
ตั้งอยู่เลขที่ ๔๘๙ ถนน ปัทมานนท์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
หรือเส้นรุ้ง ๑๔ องศา ๕๓ ลิปดาเหนือ เส้นแวง ๑๐๓ องศา ๓๐ ลิปดาตะวันออก
อยู่ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร (ทางรถยนต์)
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุรินทร์ประมาณ ๒ กิโลเมตร